ฟิลเลอร์ใต้ตา มีผลดีอย่างไรต่อมนุษย์

การฉีด ฟิลเลอร์ใต้ตา มีผลดีอย่างไร

ฟิลเลอร์ใต้ตา สำหรับสาวๆที่มีความหลงใหนในความสวยความงามคงเป็นเรื่องปกติสำหรับการฉีดฟิลเลอร์เข้าสู่ร่างกาย แต่สำหรับบางคนอาจจะแค่ได้ยิน แต่ยังไม่เข้าใจในรายละเอียด ว่า การฉีดฟิลเลอร์ และ โบท็อกนั้นต่างกันอย่างไร โดยทั่วไปแล้ว สารสองนิดนี้ส่วนใหญ่มักจะใช้ในทางศัลยกรรม นั่นเอง

การฉีดฟิลเลอร์ หมายถึง กานฉีดสาร Hyaluronic Acid เพื่อเติมเต็มในส่วนต่างๆของร่างกาย ซึ่งสาร Hyaluronic Acid เป็นสารประกอบของคอลลาเจนที่มีอยู่แล้วในผิวหนัง ดังนั้นการฉีดสารเหล่านี้เข้าสู่ร่างกาย คอลลาเจนนั้นที่ทำการฉีดเข้าไปนั้น ป็นโปรตีนสำคัญของผิว เพราะเป็นส่วนที่เปรียบได้กับสปริงของผิวหนัง ช่วยสร้างความตึงให้กับผิวหนังชั้นหนังแท้ คอลลาเจนโปรตีนจะเสื่อมสภาพลงเมื่ออายุมากขึ้น เมื่อคอราเจรใต้ผิวหนังของเราเสื่อมสภาพลง จึงส่งผลกระทบทำให้ ผิวหนังจึงยุบตัวลง เกิดเป็นความเหี่ยวย่น ริ้วรอย และความชราของผิวตามมานั่นเอง
ความสวยความงาม
ดังนั้น  การฉีดฟิลเลอร์จึงนิยมเพื่อช่วยในการปรับแก้ไขรูปหน้า เช่น เสริมจมูก เสริมคาง เสริมแก้ม หรือเพื่อเติมเต็มริ้วรอยบนใบหน้า เติมเต็มร่องลึกต่าง ๆ เช่น ร่องใต้ตา ร่องแก้ม หรือแม้แต่การบำรุงผิวให้กระชับ เปล่งปลั่ง สดใสขึ้นมาอีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นบริเวณใบหน้า ลำคอ หลังมือ หรือแม้แต่ผิวหน้าอก โดยสารชนิดนี้ที่ฉีดเข้าไปนั้นสามารถย่อยสลายไปเองได้ตามกระบวนการทำงานของร่างกาย โดยผลลัพธ์การรักษาจะอยู่ได้ประมาณ 9-12 เดือน

ซึ่งโดยทั่วไปถ้าหากสารชนิดนี้ ถูกใช้โดยแพทย์ผู้ที่ไม่มีประสบการหรือแพทย์เฉพาะทางก็อาจส่งผลข้างเคียงต่อคนไข้ได้ โดยสาเหตุที่พบบ่อยมักเกิดจากปัจจัยดังต่อไปนี้ดังนี้

  • บริเวณที่ฉีดมีเส้นเลือดฝอยแดงเกิดขึ้น เป็นผลจากอนุภาคสารเติมเต็มไปอุดตันเส้นเลือดฝอยในจุดนั้น มักพบได้บ่อยในกรณีที่ต้องการฉีดเสริมปลายจมูก
  • ตาบอด อันนี้สาหัสสุด มักเกิดจากการฉีดเสริมจมูกอย่างผิดวิธีทำให้อนุภาคของสารเติมเต็มหลุดเข้าไปอุดตันเส้นเลือดที่ดวงตา
  • บวมไม่ยุบ โดยเฉพาะการฉีดเติมร่องใต้ตาเป็นผลจากการอุดตันทางเดินน้ำเหลือ

ดังนั้นสำหรับผู้ที่รักในความวยความงามการฉีด ฟิลเลอร์ กับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางเป็นอีกหนึ่งทางออกที่ทำให้เรานั้นสวยได้ เติมเต็มส่วนต่างๆของใบหน้า ทำให้รอยเหี่ยวย่นดูจางลงนั่นเอง
การฉีด ฟิลเลอร์ใต้ตา

โบท็อกซ์ เชียงใหม่ การดูแลสุขภาพผิวของสาวๆ

โบท็อกซ์ เชียงใหม่ ทางเลือกสำหรับคนอยากสวยไม่ต้งพึ่งศัลยกรรม

โบท็อกซ์ เชียงใหม่ เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู็ที่ต้องการความสวยงาม บนใบหน้าในระยะเวลาอันรวดเร็ว เห็นผลได้ภายในอาทิตย์แรก ทั้งนี้ ในประเทศไทยและต่างประเทศมีผู็นิยมฉีดโบท็อกซ์เข้าสู่ร่างกาย เป็นจำนวณมากเนื่องจากเป้นสารสกัดจากธรรมชาติที่มีผลกระทบต่อร่างกายน้อย ดังเราจะอธิบาย ต่อไปนี้
โบท็อกซ์ เชียงใหม่
“โบท็อกซ์” (Botox) เป็นโปรตีนชนิดหนึ่งที่สร้างจากแบคทีเรีย ชื่อ คลอสตริเดียม โบทูลินั่ม (Clostridium botulinum) ที่ก่อให้เกิดโรคอาหารเป็นพิษแก่มนุษย์ หากได้รับในปริมาณมากๆ เช่น จากอาหารกระป๋องที่ปนเปื้อนด้วยเชื้อตัวนี้ก็อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ จากการที่กล้ามเนื้อกระบังลมไม่ทำงาน ผู้ป่วยจึงหยุดหายใจ แต่ ถ้าหากหากฉีดเข้าไปในกล้ามเนื้อในปริมาณน้อยๆ โบทูลินั่ม ท็อกซินจะทำให้กล้ามเนื้อ “คลายตัว” ดังนั้นในยุคแรกๆ จักษุแพทย์จึงนำโบทูลินั่ม ท็อกซิน มาฉีดรักษาโรคตาเหล่  ตาเข และโดยบังเอิญจากการฉีดรักษาในบริเวณรอบดวงตานี้เอง ก็ทำให้แพทย์พบว่าริ้วรอยบริเวณใบหน้า โดยเฉพาะบริเวณหน้าผากหว่างคิ้วและรอบดวงตาดีขึ้นด้วย ในยุคต่อมาจึงมีการฉีด โบทูลินั่ม ท็อกซิน เพื่อประโยชน์ในด้านความสวยงามตามมาอย่างแพร่หลาย และมีเทคนิควิธีการที่ต่างๆ กันออกไป มีการนำมาฉีดเพื่อทำให้หน้าเรียวลง  ยกกระชับผิวหนัง ลดเหงื่อบริเวณรักแร้ ฝ่ามือ ตลอดจนรักษาอาการปวดศีรษะ ปวดเกร็งต้นคอ และอีกหลายกรณี ในประเทศสหรัฐอเมริกาประเทศเดียวมีการฉีดกันเป็น ล้านๆครั้ง ต่อปี
โบท็อกซ์
โดยทั่วไปผลของการฉีดจะอยู่ได้นานประมาณ 6-12 เดือน ทั้งนี้ขึ้นกับว่าฉีดรักษาอาการอะไร ฉีดบริเวณใด ฉีดเป็นครั้งแรกหรือเป็นการฉีดซ้ำ ผู้รับการรักษาอายุเท่าใด ซึ่งการที่ผลการรักษาอยู่ไม่ถาวรนั้น ที่จริงอาจนับได้ว่าเป็นข้อดี เพราะหากผลที่ได้รับไม่เป็นที่น่าพอใจ ในที่สุดก็จะค่อยๆ หายไปเองได้

ทั้งนี้ผู้ที่สนใจจะใช้บริการ โบท็อกซ์ หน้าเรียว นั้น สามารถไว้ใจกับการให้บริการได้ ถ้าหากใช้บริการกับแพทย์ผู็เชี่ยวชาญ หรือชำนาญการเฉพาะทาง ซึ่งจะสามารถรับประกันได้ว่า ปลอดภัยร้อยเปอเซ็นเลยก็ว่าได้

filler chiangmai กับ ข้อเสียและผลข้างเคียง

filler chiangmai กับ ข้อเสียและผลข้างเคียง

“ฟิลเลอร์” คือ การฉีดเติมเต็มด้วยสาร Hyaluronic Acid ซึ่งเป็นสารประกอบของคอลลาเจนที่มีอยู่แล้วในผิวหนัง คอลลาเจนนั้นเป็นโปรตีนสำคัญของผิว เพราะเป็นส่วนที่เปรียบได้กับสปริงของผิวหนัง ช่วยสร้างความตึงให้กับผิวหนังชั้นหนังแท้ คอลลาเจนโปรตีนจะเสื่อมสภาพลงเมื่ออายุมากขึ้น พอสปริงไม่เด้งเหมือนเก่า ผิวหนังจึงยุบตัวลง ความเหี่ยวย่น ริ้วรอย และความชราของผิวพรรณจึงปรากฏ การฉีดฟิลเลอร์ ( filler chiangmai ) จึงนิยมเพื่อช่วยในการปรับแก้ไขรูปหน้า เช่น เสริมจมูก เสริมคาง เสริมแก้ม หรือเพื่อเติมเต็มริ้วรอยบนใบหน้า เติมเต็มร่องลึกต่าง ๆ เช่น ร่องใต้ตา ร่องแก้ม หรือแม้แต่การบำรุงผิวให้กระชับ เปล่งปลั่ง สดใสขึ้นมาอีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นบริเวณใบหน้า ลำคอ หลังมือ หรือแม้แต่ผิวหน้าอก โดยสารชนิดนี้ที่ฉีดเข้าไปนั้นสามารถย่อยสลายไปเองได้ตามกระบวนการทำงานของร่างกาย โดยผลลัพธ์การรักษาจะอยู่ได้ประมาณ 9-12 เดือน

filler chiangmai
ข้อเสียและผลข้างเคียงของฟิลเลอร์

เมื่อฟิลเลอร์(fillerChiangmai)มีความนิยมที่มากขึ้น จึงมีหมอเถื่อนเกิดขึ้นเยอะ หรือหมอที่หิ้วกระเป๋าไปรับฉีดตามที่ต่างๆ ทั้งๆ ที่บางคนอาจจะแค่เคยเป็นผู้ช่วยแพทย์ เห็นแพทย์ฉีดง่าย ๆ ก็นึกว่าตัวเองทำได้ ออกไปทำเอง เป็นเรื่องที่อันตรายมากๆ ซ้ำบางทีความไม่รู้ กลายเป็นการฉีดสารที่ไม่ใช่ฟิลเลอร์ เช่น ซิลิโคนเหลว หรือเป็นฟิลเลอร์ที่เป็นของปลอมเข้าสู่ร่างกาย ทำให้เกิดอันตรายตามมาอีกมาก นอกจากนั้นยังมีการใช้สารฟิลเลอร์ปลอมหรือสารฟิลเลอร์ที่ไม่ได้มาตรฐาน ทำให้เกิดผลเสียร้ายแรงมาก ซึ่งเคยมีกรณีที่สารฟิลเลอร์เข้าไปในกระแสเลือด เข้าสู่สมอง ทำให้เส้นเลือดแตก เส้นเลือดไปเลี้ยงสมองอุดตัน เป็นอัมพาต อัมพฤกษ์ได้

โดยหลังการฉีดฟิลเลอร์ อาจจะมีอาการตั้งแต่ไม่รุนแรง ไปจนถึงรุนแรงมาก เช่น เกิดผื่นแดง จุดแดง หรือจ้ำเลือดบริเวณที่ฉีดฟิลเลอร์จากรอยเข็มที่ฉีด ซึ่งอาการเหล่านี้จะหายไปได้เอง หรือเกิดรอยนูน เมื่อฉีดปริมาณมากเกินไป หรือฉีดตำแหน่งที่ตื้นเกินไป หรือปัญหาการไหลย้ายของฟิลเลอร์ เช่น ฉีดตรงดั้งจมูกแต่ไหลไปที่ปลายจมูก ฯลฯ แต่ผลข้างเคียงที่ถือว่าอันตรายมาก คือ การฉีดฟิลเลอร์ผิดตำแหน่งโดยฉีดเข้าไปในหลอดเลือดจึงทำให้เกิดการอุดตันของหลอดเลือดได้ เคยมีรายงานเกิดตาบอดภายหลังการฉีดฟิลเลอร์ เนื่องมาจากฟิลเลอร์ที่ฉีดไปอุดตันหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงจอประสาทตา รวมถึงการแพ้สารฟิลเลอร์ เช่น กรณีของพริตตี้สาวที่เสียชีวิตจากการฉีดฟิลเลอร์เข้าสะโพกก่อนหน้านี้ด้วย