เทคนิคการขายของออนไลน์ บนเฟสบุ๊คกับการตั้งชื่อแฟนเพจ

การตั้งชื่อแฟนเพจ บนเฟสบุ๊คด้วย เทคนิคการขายของออนไลน์

ถ้าคุณขายของออนไลน์ หรือขายของบนเฟสบุ๊ค แน่นอนว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการหาลูกค้า เพราะลูกค้าที่เพิ่มขึ้น นั่นย่อมหมายถึงยอดขายที่จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย เพราะถ้าไม่มีลูกค้า ร้านค้าออนไลน์หรือเว็บขายของที่ทำมาอย่างดีของคุณก็คงเป็นได้แค่เพียงแกลลารี่ส่วนตัวเท่านั้นเอง และแน่นอน ถ้าคุณมีร้านค้าออนไลน์ คงเป็นเรื่องจำเป็นที่คุณต้องมีเฟสบุ๊คแฟนเพจ เพื่อเสริมช่องทางการขาย เป็นตัวช่วยขาย เน้นนะครับว่า เฟสบุ๊คเป็นแค่ส่วนเสริม ไม่ใช้ร้านค้าหลัก ดังนั้นเราต้องมี เทคนิคการขายของออนไลน์

เมื่อคุณมีสินค้าพร้อมที่จะขายแล้ว และคุณสร้างเฟสบุ๊คแฟนเพจแล้ว เทคนิคที่จะทำให้ร้านค้าของคุณเป็นที่รู้จักบนเฟสบุ๊ค และมีลูกค้าเข้ามาดูหน้าแฟนเพจของคุณเยอะๆ มียอดขายมากๆ เทคนิคต่อไปนี้ จะทำให้ธุรกิจ ร้านค้าออนไลน์ หรือร้านค้าบนเฟสบุ๊คของคุณ ประสบความสำเร็จได้แน่นอน เรามาดูกันว่าสิ่งที่คุณต้องทำคืออะไร
เทคนิคการขายของออนไลน์

เทคนิคขายของออนไลน์การตั้งชื่อแฟนเพจ ร้านค้า หรือแบรนด์สินค้า

1.สิ่งแรกที่ผมมักบอกเสมอๆ ไม่ว่าเขียนบทความให้เว็บไหนก็ตาม ว่าสิ่งที่หลายคนมองข้ามคือ ชื่อร้านค้า ชื่อแบรนด์สินค้า ชื่อแฟนเพจ ซึ่งบางคนมองว่าตั้งอะไรก็ได้ แต่คุณเชื่อหรือไม่ว่า การตั้งชื่อ คือ จุดเริ่มต้นของการสร้างแบรนด์ธุรกิจที่ยิ่งใหญ่ เป็นการแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจ ความใส่ใจ ความมุ่งมั่นในการทำธุรกิจ ผลทางจิตวิทยาจับต้องไม่ได้ แต่จะรู้สึกได้เอง

2.ชื่อ ควรมีความเกี่ยวข้องกับสินค้า เมื่ออ่านแล้ว สามารถเดาได้เลยว่าเป็นร้านขายอะไร เช่น ร้านขายเครื่องประดับ ควรตั้งชื่อร้านประมาณนี้ Jewelry แล้วเพิ่มคำอื่นๆร่วมด้วย อย่างชื่อเฉพาะ เช่น JoeJewelry แบบนี้ ดูแล้วรู้เลยว่าขายเครื่องประดับ เจ้าของชื่อJoe

3.ถ้าคุณต้องการสร้างแบรนด์เอง เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจคุณอาจแผลงคำหลักของชื่อได้ เช่น Jewelry คุณอาจเปลี่ยนตัวอักษร และเมื่อเปลี่ยนแล้วยังคงออกเสียงเหมือนเดิม จาก Jewelry เป็น Gewelry แบบนี้ก็เก๋ไก๋ไปอีกแบบ

5.ควรหลีกเลี่ยงการตั้งชื่อแบบที่ เห็นแล้วรู้เลยว่าไม่มีไอเดีย เช่น Jewelry56 หรือ Jewelry2013 แบบนี้อาจดูเหมือนไม่ใส่ใจอนาคตเลยจริงๆ

4.ไม่ควรตั้งชื่อยาวเกินไป ควรตั้งชื่อให้สั้นที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ให้คงความหมายที่เข้าใจได้ด้วย ไม่ใช่สั้นแบบ XYZ เห็นแล้วเซ็งเบย

6.หรือถ้าร้านของคุณ มีสินค้าหลายประเภท ชื่อไม่ควรเจาะจงไปที่สินค้ากลุ่มใดกลุ่มหนึ่งโดยเฉพาะ เช่นถ้าคุณขายอุปกรณ์โทรศัพท์ทุกอย่าง ชื่อ PhoneCase อาจไม่ดีเท่า PhoneAccessory หรือ ตั้งเป็นชื่อเฉพาะจะดีกว่า